ห้ามปล่อยโคมไฟ

ห้ามปล่อยโคมไฟ

ห้ามปล่อยโคมไฟ

เพื่อนที่ลำปางพัฒนากิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมตลอดเวลา
มีเรื่องเล่า และเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากมาย
ภาพนี้ถ่ายเมื่อ ปลายพฤศจิกายน 2555
บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา ลำปาง
วันนั้นมีกิจกรรมประกวดสะเปาบก ตั้งขบวนในหลายจุดรอบหอนาฬิกา
อาทิ หน้าวัดเชียงราย ข้างเทศบาล ซึ่งเดิมจะใช้การเดินขบวนไปตามถนนจากรถไฟ
ป้ายนี้เขียนว่า “ห้ามปล่อยโคมไฟ” .. ก็คงมีความหมายดังภาพ

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151245430333895&set=pb.814248894.-2207520000.1364976875

มาตรการ 100 วันอันตราย จากปัญหาหมอกควัน

มาตรการ 100 วันอันตราย จากปัญหาหมอกควัน

มาตรการ 100 วันอันตราย จากปัญหาหมอกควัน

เทศบาลนครลำปาง
มีมาตรการ 100 วันอันตราย จากปัญหาหมอกควัน ..
รณรงค์ หยุดเผา ขยะ เศษไม้ ใบหญ้า
ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายสุขภาพตัวเองและผู้อื่น
ระหว่าง 21 ม.ค. – 30 เม.ย. 2556

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่าปีนี้น่าจะลดลงกว่าทุกปี
เพราะผมอ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้ไม่กล้าเผาขยะที่บ้าน
ต่อไปบ้านผมก็จะไม่เป็นต้นเหตุของปัญหาหมอกควันอีกแล้ว
http://www.dailynews.co.th/agriculture/184630
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=427482337328857&set=a.232673853476374.55211.228245437252549

ฟ้าหม่นที่ปักกิ่ง เหมือนที่ลำปาง

ฟ้าหม่นที่ปักกิ่ง เหมือนที่ลำปาง

ฟ้าหม่นที่ปักกิ่ง เหมือนที่ลำปาง
ที่จีนยกรับดับเตือนภัยเป็นส้ม
#seethen #thinkof #BangkokPost 14
เห็นแล้ว คิดถึง ฟ้าวันนี้ที่ลำปางเริ่มหม่น
จึงได้ยินว่ามีมาตรการป้องกันปัญหาไฟป่า
ที่เป็นฝีมือของมนุษย์ ที่ปภ.ลำปาง
บอกว่า ถ้ามีไฟ ก็จะมีควัน
และควันไม่หายไป ยังลอยไปตามลม
ไปเข้าบ้าน ตามถนนน และที่ทำงานอยู่เสมอ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10152070858077713&set=a.139933287712.105761.133643127712

http://thaiabc.com/lampangnet/admin/666/

สาเหตุของการเกิดไฟป่ามี 2 สาเหตุ

fire

fire

ไฟป่าเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ สาเหตุจากธรรมชาติ และสาเหตุจากมนุษย์
1. สาเหตุจากธรรมชาติ
ไฟป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า กิ่งไม้เสียดสีกัน ภูเขาไฟระเบิด ก้อนหินกระทบกัน แสงแดดตกกระทบผลึกหิน แสงแดดส่องผ่านหยดน้ำ ปฏิกริยาเคมีในดินป่าพรุ การลุกไหม้ในตัวเองของสิ่งมีชีวิต (Spontaneous Combustion) โดยทั่วไปมี 2 สาเหตุ ดังนี้
1.1 ฟ้าผ่า เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดไฟป่าในเขตอบอุ่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของไฟป่าที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากฟ้าผ่า ทั้งนี้โดยที่ฟ้าผ่าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
(1) ฟ้าผ่าแห้ง (Dry or Red Lightning) คือ ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นในขณะที่ไม่มีฝนตก มักเกิดในช่วงฤดูแล้ง สายฟ้าจะเป็นสีแดง เกิดจากเมฆที่เรียกว่าเมฆฟ้าผ่า ซึ่งเมฆดังกล่าวจะมีแนวการเคลื่อนตัวที่แน่นอนเป็นประจำทุกปี ฟ้าผ่าแห้งเป็นสาเหตุสำคัญของไฟป่าในเขตอบอุ่น
(2) ฟ้าผ่าเปียก (Wet or Blue Lightning) คือ ฟ้าผ่าที่เกิดควบคู่ไปกับการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm) ดังนั้นประกายไฟที่เกิดจากฟ้าผ่า จึงมักไม่ทำให้เกิดไฟไหม้ หรืออาจเกิดได้บ้างแต่ไม่ลุกลามไปไกล เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์และความชื้นของเชื้อเพลิงสูง ฟ้าผ่าในเขตร้อนรวมถึงประเทศไทยมักจะเป็นฟ้าผ่าเปียก จึงแทบจะไม่เป็นสาเหตุของไฟป่าในเขตร้อนนี้เลย
1.2 กิ่งไม้เสียดสีกัน อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ป่าที่มีไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีสภาพอากาศแห้งจัด เช่น ในป่าไผ่หรือป่าสน

2. สาเหตุจากมนุษย์
ไฟป่าที่เกิดในประเทศกำลังพัฒนาในเขตร้อนส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ สำหรับประเทศไทยจากการเก็บสถิติไฟป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528-2542 ซึ่งมีสถิติไฟป่าทั้งสิ้น 73,630 ครั้ง พบว่าเกิดจากสาเหตุตามธรรมชาติ คือ ฟ้าผ่าเพียง 4 ครั้ง ได้แก่ 1) ที่ภูกระดึง จังหวัดเลย 2) ที่ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ 3) ที่ท่าแซะ จังหวัดชุมพร และ 4) ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แห่งละหนึ่งครั้ง ดังนั้นจึงถือได้ว่าไฟป่าในประเทศไทยทั้งหมดเกิดจากการกระทำของคน โดยมีสาเหตุต่างกันไป ได้แก่
2.1 เก็บหาของป่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่ามากที่สุด การเก็บหาของป่าส่วนใหญ่ได้แก่ ไข่มดแดง เห็ด ใบตองตึง ไม้ไผ่ น้ำผึ้ง ผักหวาน และไม้ฟืน การจุดไฟส่วนใหญ่เพื่อให้พื้นป่าโล่ง เดินสะดวก หรือให้แสงสว่างในระหว่างการเดินทางผ่านป่าในเวลากลางคืน หรือจุดเพื่อกระตุ้นการงอกของเห็ด หรือกระตุ้นการแตกใบใหม่ของผักหวานและใบตองตึง หรือจุดเพื่อไล่ตัวมดแดงออกจากรัง รมควันไล่ผึ้ง หรือไล่แมลงต่างๆ ในขณะที่อยู่ในป่า
2.2 เผาไร่ เป็นสาเหตุที่สำคัญรองลงมา การเผาไร่ก็เพื่อกำจัดวัชพืชหรือเศษซากพืชที่เหลืออยู่ภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ทั้งนี้โดยปราศจากการทำแนวกันไฟและปราศจากการควบคุม ไฟจึงลามเข้าป่าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
2.3 เลี้ยงปศุสัตว์ ประชาชนที่เลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ มักลักลอบจุดไฟเผาป่าให้โล่งมีสภาพเป็นทุ่งหญ้า เพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์
2.4 ล่าสัตว์ โดยใช้วิธีไล่เหล่า คือจุดไฟไล่ให้สัตว์หนีออกจากที่ซ่อน หรือจุดไฟเพื่อให้แมลงบินหนีไฟ นกชนิดต่าง ๆ จะบินมากินแมลง แล้วดักยิงนกอีกทอดหนึ่ง หรือจุดไฟเผาทุ่งหญ้า เพื่อให้หญ้าขึ้นใหม่ ล่อให้สัตว์ เช่น กระทิง กวาง กระต่าย มากินหญ้า แล้วดักรอยิงสัตว์นั้น ๆ
2.5 แกล้งจุด ในกรณีที่ประชาชนในพื้นที่มีปัญหาความขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ทำกินหรือถูกจับกุมจากการกระทำผิดในเรื่อง ป่าไม้ ก็มักจะหาทางแก้แค้นเจ้าหน้าที่ด้วยการเผาป่า
2.6 ความคึกคะนอง บางครั้งการจุดไฟเผาป่าเกิดจากความคึกคะนองของผู้จุด โดยไม่มีวัตถุประสงค์ใด ๆ แต่จุดเล่นเพื่อความสนุกสนาน เท่านั้น
2.7 ความประมาท เกิดจากการเข้าไปพักแรมในป่า ก่อกองไฟแล้วลืมดับ หรือทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นป่า เป็นต้น

http://www.dnp.go.th/forestfire/FIRESCIENCE/lesson%201/lesson1_6.htm

หมอกควัน ที่ลำปาง กระทบการบิน

http://www.youtube.com/watch?v=cgAC8PULEqo
นายทิวา พันธ์ไม้สีนายทิวา พันธ์ไม้สี

สภาพอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 ยังคงมีหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่อยู่อย่างหนาแน่น หลังจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในหมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง พุ่งสูง มีมากกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ทัศนวิสัยในช่วงเช้า มองเห็นในระยะที่ต่ำอย่างมากวัดได้เมื่อวานนี้ 800 เมตร แต่ในวันนี้ ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ตรวจการมองเห็นระยะไกลในช่วงเช้า พบว่ามีระยะมองเห็นเพียง 400 เมตร ถือว่าเป็นทัศนวิสัยที่ไม่ดีอย่างมาก

ทั้งนี้ ส่งผลให้ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ได้แจ้งเตือนไปยังท่าอากาศยานลำปาง และทางหอบังคับการบินลำปาง ให้ได้รับทราบถึงทัศนวิสัยมองเห็นเพียง 400 เมตร เพื่อให้ประสานไปยังนักบิน ที่จะนำเครื่องบินขนาด 70 ที่นั่งของสายการบินบางกอกแอร์เวย์กรุงเทพฯ-ลำปาง และได้จอดพักรออยู่ที่ท่าอากาศยาน จ.สุโขทัย เพื่อรอให้ทางหอบังคับการบินลำปาง รับรายงานตรวจทัศนวิสัยมองเห็นระยะไกลก่อน ว่าทัศนวิสัย ดีขึ้นหรือไม่ หากดีขึ้น ก็จะบินขึ้นจาก จ.สุโขทัย เพื่อมายัง จ.ลำปาง ทันที

นอกจากผลกระทบต่ออากาศยานแล้ว ยังกระทบต่อทัศวิสัยในการมองเห็นบนท้องถนนอีกด้วย ทางสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง โดยนายทิวา พันธ์ไมสี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิดได้ระมัดระวังจากสภาพอากาศดังกล่าว หากขับผ่านหุบเขาในช่วงที่หมอกหยาวเย็นและหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่อยู่อย่าง หนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงกลางดึก และเช้ามืด

ถ้าปลอดภัยต้องไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=554045

http://www.cmmet.tmd.go.th/met/station.php

http://www.facebook.com/MorningNewsTV3/posts/326961677356039