เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง
Aside

เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง

ระยะนี้ (ม.ค. – ก.พ.2564) พบเห็นเพื่อน ๆ ชาวโซเชียล โพสต์เรื่องราวแสดงตนได้อย่างเด่นชัด ทั้งภาพ profile และชื่อสกุล รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เชิงบวก และสร้างสรรค์ สืบเนื่องมาจากจะมีการเลือกตั้งนายก และสท. ในวันที่ 28 มีนาคม 2564 เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมที่มักแนะนำนิสิตอยู่เสมอ ว่าให้ดูพี่ ๆ เค้าเป็นตัวอย่างว่า ภาพประจำตัว ชื่อสกุล และเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นสมาชิก หรือตัวแทนของประชาชนได้อย่างชัดเจน ซึ่งตัวอย่างผลงานของกลุ่มต่าง ๆ ผมมักจะแชร์ไปที่ แฟนเพจ “เทียวลำปางหนา” เพื่อค้นค้นได้ง่ายในภายหลัง และแบ่งปันเรื่องราวในลำปาง

เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง

เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง

ผลการสมัครรับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง ในเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 พบว่า มีผู้ประสงค์สมัครเข้ารับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง มาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้วทั้งหมด 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีสมาชิกถึง 24 คน แบ่งเป็นเขตละ 6 คน และได้มีการจับฉลากเพื่อรับหมายเลขผู้สมัครทั้งหมด 4 เขต สำหรับผลการจับสลากเบอร์มีดังนี้
เบอร์ 1 นายณรงค์ พินธิสืบ กลุ่มความสุขนครลำปาง
เบอร์ 2 นายนิมิตร จิวะสันติการ กลุ่มนครลำปาง
เบอร์ 3 นายอภิชัย สัชฌะไชย กลุ่มลำปางพัฒนา
เบอร์ 4 ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ กลุ่มภูมิลำปาง
เบอร์ 5 นายปุณณสิน มณีนันท์ กลุ่มลำปางก้าวหน้า

แต่ละกลุ่มมีกลุ่มเฟสบุ๊คสำหรับการสื่อสารผ่านสื่อสังคม ดังนี้
กลุ่ม 1 “กลุ่มความสุขนครลำปาง – Happiness of Lampang City”
กลุ่ม 2 “กลุ่มนครลำปาง”
กลุ่ม 3 “กลุ่มลำปางพัฒนา LampangDevelopment”
กลุ่ม 4 “กลุ่มภูมิลำปาง”
กลุ่ม 5 “กลุ่มลำปางก้าวหน้า Lampang Forward”

 เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง

เตรียมเปิดศึก ชิงนายกเทศมนตรีนครลำปาง

https://web.facebook.com/lannapost/posts/1772909482871489

ที่ลำปาง
ที่ที่ผมใช้ชีวิตกินนอนอยู่
มีผู้สมัครนายกเทศบาลฯ 5 ท่าน
ผมรู้จักเกือบทุกท่าน
ทุกกลุ่มก็มีเพื่อนที่รู้จัก เพื่อนสนิท ครู อาจารย์ ลูกศิษย์ รุ่นน้อง
กระจายทุกกลุ่มเช่นกัน
ผมคิดว่าเยอะที่สุดแล้ว แต่ก็คิดผิด
เมื่อไปส่องเชียงใหม่ พบผู้สมัครนายกฯ 6 คน
แต่มองพื้นที่แคบลงหน่อย
ที่เกาะคา กับ เวียงตาล (นิวัฒน์)
ไม่มีใครสมัครแข่งกับนายกปุ้ยเลย
คงเพราะผลงานนายกปุ้ยเด่น
จนไม่น่าจะมีเบอร์ 2 ตามได้
พี่ ๆ น้อง ๆ สท. ในเขตเกาะคา
ก็ดูชุมชน อย่างดีเยี่ยม
ไปส่องเฟสนายกได้
พบผลงานตาม timeline เยอะเลย
ปล. เป็นภาพที่ผมฉาย
ไปที่ lampang.net

FB_IMG_1613280454014.jpg

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรี อว. ดูแลพื้นที่ลำปาง ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 243/2563 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10158590477078895&id=814248894


เพิ่มภาพ 14 ก.พ.2564

ประวัติจาก wiki

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์นักวิชาการและนักการเมืองชาวไทย เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ เป็นกรรมการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมาชิกและกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษาและกรรมการคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ในรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 7/2560 ประธานคณะกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 14/2560 อธิการ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต นักวิชาการและนักการเมือง อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกิดวันที่ 20 มกราคมพ.ศ. 2497 ที่ จ.ลำปาง เป็นเจ้าของทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย” ที่สรุปว่า “คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล” เคยได้รับสมญานามจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า “ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง


มาบรรยายให้นิสิตที่ มหาวิทยาลัยเนชั่น

FB_IMG_1585439759027.jpg

#เล่าสู่กันฟัง 63-057 สถิติ covid-19 ขึ้นทุกวัน

เห็นสถิติโวรัส covid-19
เป็นแผนภาพรายจังหวัด
จังหวัดไหนมีผู้ติดเชื้อก็จะมีสีแดง
ณ วันที่ 28 มีนาคม 2563
รู้สึกสบายใจว่าลำปางยังขาว
ในสื่อสังคมพูดถึงผู้ว่าหมูป่า
ที่ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน
ปิดสถานที่ต่าง ๆ
ร้านอาหารก็ซื้อกลับบ้าน
ขอนไม้สักหน้า 7-11 ก็เอาออก
เพื่อความปลอดภัยของชีวิตที่เป็นอันดับหนึ่ง
ไม่มีใครให้เหตุผลโต้แย้ง ว่าอย่างอื่นสำคัญกว่า
เพราะทุกคนเชื่อว่า #การมีชีวิต สำคัญที่สุด

ไทยมี 77 จังหวัด ขณะนี้ติดไปแล้ว 57 จังหวัด เมื่อถึงวันที่ควบคุมได้ใน 14 วันไร้ผู้ป่วยเพิ่ม จะเหลือจังหวัดไหนบ้างที่พ่อเมืองหมูป่า นายก อบต. อสม. คุณหมอ และพยาบาล ที่ทุ่มเทดูแลควบคุมเต็มที่จนผู้ป่วยเป็น 0 บ้าง

ภาครัฐก็ช่วยเหลือเยียวยา
ไปลงทะเบียนกันได้ครับ

20200214_060412.jpg

#เล่าสู่กันฟัง 63-028 จะกิน จะเที่ยว จะซื้อขาย จะรับส่งของ ดูหนังฟังเพลงใช้แอพได้

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปไว
โทรศัพท์มีแอพก็เหมือนประตูสู่ทุกสิ่ง
ดูหนังฟังเพลง ใช้ youtube.com
ขายของก็เข้าเฟส lazada ซื้อง่ายขายคล่อง
ส่งของรับของ ก็ kerry หรือ flash
หาของกินก็ foodpanda foodman
จะไปไหนมาไหน grab พาไปได้

เดี๋ยวนี้การพัฒนาแอพก็ไม่ยาก
ภาครัฐสนับสนุน เรียก startup
ขอเพียงมีแนวคิดที่ขายได้
เรื่องคนทำ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

สนใจ iot ภาคเกษตร ทำอยู่บ้าน
ก็มีกลุ่มที่ทำเรื่องนี้ เค้าคุยกันจริงจัง

สนใจ ai robot ที่จะใช้แทนคน
เค้ามีตัวอย่างเยอะ บางโรงงานใช้คนนิดเดียว
เมื่อก่อนโรงงานต้องมีคนเยอะ
เดี๋ยวนี้ใช้แต่เครื่องจักร มีคนคุมไม่กี่คน

20200104_174448.jpg

#เล่าสู่กันฟัง 63-005 ประสิทธิผลสื่อสังคมอย่างมีเป้าหมาย

การใช้สื่อสังคมของทุกคน ย่อมมีเป้าหมาย และเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล เช่น ยินดีที่ลูกศิษย์แต่งงาน เขียนหนังสือ สำเร็จการศึกษา พบผู้ใหญ่ใจดี หรือ reunion

วันนี้ ขอเล่าสู่กันฟัง เรื่อง เป้าประสงค์ #storytelling ว่าปกติแล้ว ผมก็จะมีเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ เพื่อนในชุมชน มักติด hash tag เราเข้ากับกิจกรรมเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ เพราะการติด tag ย่อมมีเป้าหมาย มีกิจกรรมที่น่าสนใจ และมีผลลัพธ์ที่คาดหวัง มองแล้วก็เห็นเป้าหมายชัดเจน ชอบครับ

ผมมักมองพฤติกรรมของเพื่อน ๆ ทั้งเพื่อนที่รู้จัก เพื่อนที่ไม่รู้จัก เพื่อนร่วมยุคในหนังสือพิมพ์ เพื่อนในจินตนาการ ก็จะเห็นเรื่องราวที่คาดเดาความคิดความเชื่อ ที่สะท้อนผ่านพฤติกรรมอยู่เสมอ รวมถึงพฤติกรรมจากภาพยนตร์ การ์ตูน และมิวสิกวีดีโอ เช่น avenger, starwar, avatar, หน้ากากศิลา, โคนัน, โดราเอมอน, นาจา

ผมใช้เฟสบุ๊คโปรไฟล์ เพื่อพูดคุยกับคนรู้จัก แล้วใช้แฟนเพจแชร์เรื่องราวเป็นสาธารณะ สำหรับคนที่ใช้เฟสบุ๊ค และสนใจในเรื่องเดียวกัน

ปี 2563

เริ่มเปลี่ยนเวทีการแชร์ micro blog ที่แชร์ผ่านแฟนเพจ ไปแชร์ที่อื่นแทน และหวังประสิทธิผลมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

ในอดีต ปี 2561 เขียนไว้ 61-070 โพสต์ ส่วนปี 2562 เขียนไว้ 62-292 โพสต์ โดย 2 ปีที่ผ่านมา แชร์ผ่านแฟนเพจเป็นหลัก

แต่ปี 2563 จะเริ่มแชร์ผ่าน blog wordpress เป็นหลัก แล้วแชร์ออกไปผ่าน แฟนเพจ และ twitter โดยผมใช้ hash tag #เล่าสู่กันฟัง ซึ่งพบว่ามีรายการออนไลน์ พบใน youtube ก็เริ่มใช้ hash tag คำนี้จริงจัง ผมคิดไปเองว่าเริ่มมีเพื่อนร่วม hash tag แล้ว

http://www.thaiall.com/blog/burin/9637/

มหาวิทยาลัยเนชั่น

logo400

มหาวิทยาลัยเนชั่น เดิมมีชื่อเรียกว่า “วิทยาลัยโยนก” ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยให้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ดำเนินการโดยมูลนิธิโยนก วิทยาลัยโยนกได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้เปลี่ยนประเภทจากวิทยาลัยเป็น “มหาวิทยาลัยโยนก” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2549 และต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 กระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยเนชั่น” มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท โดยเปิดสอนมาจนถึงปัจจุบันรวม 26 ปี (พ.ศ. 2531 – 2557) มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วมากกว่า 6,900 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 5,700 คนและระดับปริญญาโท 1,200 คน

มหาวิทยาลัยเนชั่นเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของจังหวัดลำปางที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพให้แก่สังคมด้วยกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นิสิตเป็นนักคิด ใฝ่เรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ การประยุกต์ใช้ และมีคุณธรรม จิตสำนึกต่อสาธารณะ โดยมีกิจกรรมเพื่อฝึกฝนให้นิสิตมีประสบการณ์จริงสามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยมีภูมิทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ บรรยากาศการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็น “อุทยานการศึกษา” มีการจัดการเรียนการสอนที่นิสิตมีความใกล้ชิดกับคณาจารย์ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ อาทิ ห้องสมุด หอพักนิสิตชาย หอพักนิสิตหญิง ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีการสื่อสาร (ฝึกปฏิบัติการถ่ายทอดโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง) ศูนย์ภาษานานาชาติ มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 444 ถนนวชิราวุธดำเนิน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และเปิดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง ที่ศูนย์เนชั่นบางนา ตั้งอยู่เลขที่ 1854 ถนนบางนาตราด กม. 4.5 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

 

nation_university vision

ขอขอบคุณ ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ ส่งผมเข้าโครงการ Sabbatical leave

mypic08

เมื่อ 22 ปีก่อน ระหว่าง 1 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2540 ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ ได้สนับสนุนบุคลากรของมหาวิทยาลัย จำนวน 3 คน ไปแลกเปลี่ยนในโครงการ Sabbatical leave ที่มหาวิทยาลัย Baylor สหรัฐอเมริกา เป็นเวลาเดือนครึ่ง ได้แก่ อาจารย์บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ อาจารย์ยุวดี ไวทยะโชติ และ อาจารย์โชติ โรจนวิภาค

เมื่อไปถึงที่ Baylor University พวกเราเดินทางไปเรียนมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากอพาร์ทเม้นท์ไปศูนย์อาหาร แล้วไปยังห้องเรียนแต่ละแห่ง ระหว่างทางพบสิ่งต่าง ๆ แปลกหูแปลกตา เช่น ชมรมเรือแคนนู ที่เห็นฝึกกันบ่อย ๆ หรือ ชมรมเบสบอล ที่ขว้างบอลข้ามสนามกันทุกเช้า หรือ การแสดงละครสัตว์ใกล้ที่พัก (Circus) หรือ กิจกรรมรอบมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นสม่ำเสมอ เราเดินทางไปถึงช่วงปลายหนาว เช้ามาก็เดินฝ่าความหนาวไปเรียนหนังสือกัน ยังต้องสวมเสื้อกันหนาวตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นั่น

จำได้ว่าที่ Baylor University มี Prof. Kathryn (Kay) Mueller พาทีมของเราไปในที่ต่าง ๆ หลายครั้ง ผมรู้จักท่าน ตั้งแต่ก่อนไปที่ BU. เพราะท่านมาเมืองไทยบ่อย ท่านคุยสนุก ร่าเริง พานักศึกษามาแลกเปลี่ยนที่วิทยาลัยโยนก เป็นแขกของ ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ หลายปีติดต่อกัน จำได้ว่า Kay พาทีมเราไปกินขนมเค้กที่เขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำ คงเป็นครั้งแรกที่ผมได้กิน Pecan cake เป็นที่ท่องเที่ยวที่ท่านทำให้เราประหลาดใจ เดินทางไกล ข้ามทุกดอกสีม่วงกว้างสุดลูกหูลูกตา แวะถ่ายภาพกันด้วย

ตอนไปที่ BU. เราไปพบหน่วยงานต่าง ๆ ตามโครงการแลกเปลี่ยน อ.โชติ และ อ.ยุวดี ไปเรียนในวิชาที่ตนสนใจ ส่วนผมจำได้ว่าเรียนระบบปฏิบัติการ และอีกวิชาทางเทคโนโลยี ผมจำได้ว่าเคยเขียนบันทึกการเดินทางไว้ในสมุดหลายหน้า แต่ ณ ตอนนี้ไม่ได้มีสมุดเล่มนั้นใกล้ ๆ มือ ทุกอย่างที่เล่ามา หรือเล่าต่อจากนี้ มาจากความทรงจำสีจาง ๆ

ดร.นิรันดร์ จิวะสันติการ เดินทางไปเยี่ยมพวกเราที่นั่นหลายวัน พาไปพบศูนย์นักศึกษาต่างชาติ พาไปร้าน supermarket พาไปสำนักหอสมุด พาไปร่วมงานดนตรีคอนเสิร์ต ออร์เคสตรา จำได้ว่าอากาศเย็นมาก คงเพราะอากาศเย็น ทำให้ผมผลอยหลับไป ตั้งแต่โน๊ตแรก ๆ เริ่มดังขึ้นเลยทีเดียว เย็นมาก

หนึ่งในเรื่องที่จำได้ คือ การทานอาหาร Kay พาผมไปร้านอาหารไทยหลายร้าน ที่นั่นนิยมทานบุฟเฟ่ต์ เป็นอาหารไทยสไตล์ฝรั่ง ยุคนั้น เมืองไทยยังไม่มีบุฟเฟต์อย่างในปัจจุบัน อยู่เดือนครึ่ง ผมอ้วนเลย เพราะผมได้รับสวัสดิการ มีบัตรเข้าศูนย์อาหาร ที่จะทานอะไรก็ได้ 3 มื้อต่อวัน แล้วผมก็ไม่มีปัญหากับอาหารต่างชาติ ทานได้หมด

การศึกษาที่นั่น ส่งเสริมการอ่าน เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ห้องสมุดที่นั่น เปิดกัน 24 ชั่วโมง แต่ผมไม่เคยอยู่ถึงโต้รุ่งนะครับ อย่างมากก็แค่ 5 ทุ่ม ที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้ มีหลายมหาวิทยาลัย เปิดห้องสมุด 24 ชั่วโมงแล้ว

การสื่อสารสมัยนั้น การใช้ hotmail.com ยังไม่เป็นที่นิยม ที่นิยมยังเป็น email ที่บริการผ่าน pop3 หรือ imap ขององค์กร ผมยังใช้ software ของ Baylor University ในการเปิดอีเมล เค้ามีคอมพิวเตอร์ให้ตรวจอีเมล วางตามจุดต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ไม่มีใครมีโน๊ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน ส่วนเว็บไซต์ก็ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เข้าอินเทอร์เน็ตก็จะใช้ Linux หรือ Unix สั่งผ่าน Command Line โปรแกรมอ่านอีเมลที่ผมใช้ประจำก็คงเป็น Pine ที่สมัยนี้คงไม่มีใครใช้แล้ว

จำได้ว่า ในมหาวิทยาลัยมีไปรษณีย์ ผมส่งของจากที่นั่นกลับเมืองไทยชิ้นหนึ่ง ค่าส่งแพงมาก จึงส่งเพียงครั้งเดียว โทรศัพท์ทางไกล ผมซื้อบัตร แต่ก็ใช้เพียงไม่กี่ครั้ง เพราะสมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เมืองไทย ค่าโทรแพงมาก โทยไม่กี่นาทีเสียไปหลายร้อยบาทแล้ว ค่าอาหารแพงระดับหนึ่ง แต่ผมไม่ค่อยได้จ่าย เพราะทานในศูนย์ตลอด ยกเว้นว่า Kay จะพาไปนอกรั้วมหาวิทยาลัย จำได้ว่าแฮมเบอเกอร์ชิ้นละ 1 – 3 ดอลล่าร์ ซึ่งถือว่าไม่แพง ต่างกับบุฟเฟ่ต์ ที่ต่อหัวประมาณ 10 ดอลล่าร์

นี่คือเรื่องราวที่มาจากความทรงจำเมื่อ 22 ปีที่แล้ว

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสี่

ชวนเที่ยวหนา “แอ่วลำปางหกก้าว วันเดียว เที่ยวได้หนา”

กาดกองต้า ลำปาง ตะวันชิงพลบ

กาดกองต้า ลำปาง ตะวันชิงพลบ

ชวนเที่ยวหนา “แอ่วลำปางหกก้าว วันเดียว เที่ยวได้หนา”
All Day Long Lampang

คนที่บ้านเค้าชวนกันไปเที่ยวลำปาง
รอไรล่ะ ตกลง ไปเที่ยวกันเลย
ถึงวันศุกร์ พอเลิกงาน เลิกเรียน ก็เตรียมเลย
เดินทางคืนวันศุกร์ นอนไป
ไปเที่ยววันเสาร์ทั้งวัน พออาทิตย์กลับบ้าน นั่งกลับ
เค้าว่าเมืองนี้ ดีนัก ดีหนา
ไปแล้วก็จะได้เจอนู่น เจอนั่น #เจอนี่ที่ลำปาง
ในที่สุดก็จัดคิวว่างทุกคนในแก๊งที่ตรงกันได้
เราจึงทำแผนท่องไปในเมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา
เมืองต้องห้ามพลาด เมืองแห่งความสุข
หรือ เมืองปลายทางฝัน กันดีกว่า
มีภาพประกอบหลายภาพ ตามเรื่องราวที่จะเล่าไปนั้นหนา
วางแผนไว้หกก้าว มาดูว่าแต่ละก้าวไปไหนไหนกันบ้าง

ก้าวแรก เจอนี่ที่ลำปาง

ก้าวแรก เจอนี่ที่ลำปาง

:: ก้าวแรก ::
ออกจากกรุงเทพ ด้วยการขึ้นรถเมย์ตรงไปหมอชิตใหม่
นั่งรอขึ้นรถทัวร์สองทุ่มครึ่ง รอสักพักล้อก็หมุน
แอบมโนว่าภูมิแพ้กรุงเทพจะกำเริบ
ใจจดจ่ออยู่กับที่กินที่เที่ยว ทบทวนแผนจัดเต็มในวันพรุ่ง
ชมแสงสีข้างทาง สว่างไสว มืดลงมืดลง จนมืดไปหมด
พ้นกรุงเทพได้สักพักก็เผลอม่อยหลับ เพลียจากงานเมื่อกลางวัน
สะดุ้งตื่นอีกทีตอนแอร์บัส มาสะกิด
บอกว่าแวะกลางทาง แวะกินข้าวต้มบุฟเฟ่ต์ที่กำแพงเพชร
จัดเต็มเลย ข้าวต้มร้อน ๆ ต้มจืด ปลาทอด กุงเชียง
และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วแต่จะเลือกกันเลย

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสอง

:: ก้าวสอง ::
สะดุ้งตื่น ตอนน้องแอร์บัสบอกว่าถึงปลายทางฝันละ
เลยต้องเลิกฝัน และตื่นมาเดินในเมืองแห่งความสุข
ลงรถทัวร์ราวตีห้าได้ ขี้ตายังไม่แตกเลย
ก็ไปขึ้นสองแถวแน่นเป็นปลากระป๋องเลย
แก็งเราไปกัน 5 คน กระเป๋าเพียบ รถสองแถวดูแน่นไปเลย
เราลงรถที่โรงแรมใจฮัก (Jai Hug) เจ้าของใจดี จองไว้ 2 ห้อง
อาคารสวยสีเหลืองสดใส ไปถึงก็อาบน้ำแต่งตัว
เสร็จก็ลงมาสูดอากาศยามเช้า
สั่งกาแฟคั่วโอ่งที่ชั้นหนึ่ง แล้วไปเดินตลาดเช้าแถว ๆ นั้น
ตอนเย็น ๆ ก็จะไปเดินกาดกองต้าได้เลย
โรงแรมนี้เค้าล้อมรอบด้วยตลาด สองแถวผ่านตลอดเลยหละ
ไปเดินตลาดเช้า คนเยอะ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
ที่มาซื้อกับข้าวสุกบ้าง ผักผลไม้ หรือของสดไปทำกิน
ทีมเราซื้อขนมนมเนยในตลาด เดินไป ซื้อไป ก็กินหมดเป็นมื้อเช้า
ไม่ค่อยหนัก แต่เยอะ ลูกชิ้น ไก่ทอด เมี่ยงคำ แกงกระด้าง
พอได้เวลา แดดเริ่มส่องฟ้า เราก็ไปรับรถที่เช่าไว้
คันละ 1500 บาทต่อวัน ได้คันเบ้อใหญ่เลย
ถ้าคันละ 1200 บาท ก็จะเล็กลงมาหน่อย
แล้วก็มุ่งสู่ที่หมายที่เด่นทางศิลปะวัฒนธรรม

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสาม

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสาม

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสาม

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสาม

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

:: ก้าวสาม ::
วัดเป้าหมาย คือ วัดไหล่หินหลวง หรือวัดไหล่หินหลวงแก้วช้างยืน
มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นวัดขึ้นชื่อของจังหวัดอีกวัดหนึ่ง
อีกวัดที่เสมือนวัดพี่วัดน้อง คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง
นึกถึงเพลง ร่ำเปิงลำปาง ที่ฟังกันไปตลอดทาง
แต่เราแวะเที่ยวกาดเช้าไหล่หิน กันก่อน
เดินดูวิถีชุมชนที่บ้านไหล่หินหมู่ 6
แล้วไปเก็บภาพบรรยากาศที่วัดไหล่หินหลวง
วัดเก่าแก่ มีมุมถ่ายภาพเยอะ
ออกจากวัด
ก็ไปแวะน้ำพุร้อนที่ตำบลใหม่พัฒนา
กินไข่ต้มน้ำพุร้อนกันคนละเข่ง
บ่อน้ำร้อนกลาง
ลงได้ทั้งชุดเลย ไม่ต้องใช้ชุดว่ายน้ำ
ป๊ะป๋าไม่มาด้วย แวะให้ชาวบ้านนวดประคบ ตรงทางเข้า
ม๊ะม๋าก็ไปเข้าห้องอาบน้ำพุร้อน เค้ามีห้องส่วนตัว
ใช้เวลากันสักพัก เพราะมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง
จากนั้นก็เดินทางต่อ
ไปยังวัดสันตินิคม ซึ่งไม่ไกลจากวัดมากนัก
เป็นวัดที่สวยมาก เราเข้าคิวถวายสังฆทาน
เจ้าอาวาสให้พรแน่นจิตแน่นใจ ประทับใจได้บุญมาเต็ม
ออกวัดมา ก็อยากไปแวะวัดพระธาตุดอยฮางที่อยู่ไม่ไกล
เคยเห็นในทีวี แต่เวลาไม่พอล่ะ
จึงจำใจย้อนกลับออกมา ตามเส้นทางเดิม
แล้วเลี้ยวซ้ายไปวัดพระธาตุลำปางหลวง
เดินในวัดได้ไม่นาน แต่ได้ตีระฆัง
ได้ฟังเสียงเหง่งหง่าง
เสียงดังนั้น ยังดังกังวาลอยู่ในใจเสมอ
หน้าวัดมีข้าวแต๋น เราซื้อติดมือมาหลายถุง
เป็นของฝากจากลำปาง
ข้าวเที่ยง
เราแวะร้าน Login Cafe อยู่ปากทางเข้าวัดไหล่หินหลวง
ร้านนี้อาหารอร่อย ของหวาน กาแฟก็เข้มกลมกล่อม
เจ้าของมาต้อนรับเอง น่ารักมาก
เค้าเป็นมืออาชีพ และมีจิตสาธารณะ ประทับใจอีกล่ะ
ในมีหลายโซน ทั้งริมน้ำ ใต้ต้นไม้ โซฟา ห้องแอร์
ก่อนออกจากเกาะคา แวะถ่ายภาพ
ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ถ้าข้ามสะพาขาวผ่านตลาดเกาะคาก็เลี้ยวขวา
หน้าธนาคารกรุงเทพ จะผ่านอนุสาวรีย์ฯ
อยู่ติดเทศบาลตำบลเกาะคา
ที่นี่จัดงานจัดงานรำลึกช่วง 18 ม.ค. ทุกปี
มีการแสดงแสงสีเสียง และจำหน่ายสินค้า
ปีนี้มาไม่ตรงวันเก็บภาพเป็นที่ระลึกพอ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสี่

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวสี่

งานเซรามิกแฟร์

งานเซรามิกแฟร์

:: ก้าวสี่ ::
กลับเข้าตัวเมืองลำปาง
แวะเที่ยวงานเซรามิกแฟร์
เราวางแผนมางานปีละครั้ง
มีจานชามสวย ๆ เพียบ จะได้ซื้อใหม่แทนที่เคยแตกร้าว
เจอมุมถ่ายภาพหลายจุด
เราแวะที่ซุ้มของพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี
เก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ เพราะเพื่อนบอกว่าสวยมาก
ลำปางเป็นเมืองเซรามิก
ได้ถ่ายภาพ ได้มางานเซรามิก ถึอว่าสุดยอดล่ะ
ถ้วยสวย ๆ ในงานนี้ไม่แพง
เราซื้อกลับโรงแรมได้นิดหน่อย
ไหนจะต้องขนขึ้นรถไฟปู้น ๆ หอบหิ้งอีกหลายอย่าง
เหมาเยอะก็ไม่ได้ ซื้อได้แต่พองาม

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวห้า

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวห้า

051

กาดกองต้า

กาดกองต้า

:: ก้าวห้า ::
กลับเข้าตัวเมืองลำปาง
เราแวะพักเอาแรง เปลี่ยนชุดใหม่
โรงแรมใจฮักอยู่ใกล้ไม่รีบล่ะ
กาดกองต้า อยู่บนถนนหลักเส้นเดียว
เค้าเปิด เสาร์ อาทิตย์ 16.30-22.00น.
หัวถึงท้ายถนน ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร
ถ้าเรามาวันศุกร์
คงได้ไปเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม ท่ามะโอ
ข้ามสะพานรัฐฎาไปไม่ไกลก็พบถนนแล้ว
ก็ถือว่าไม่ไกลจากที่พักจนเกินไป
จากโรงแรมเข้าไปกลางถนนกาดกองต้าได้เลย
เดินไปตามถนนกาดกาดกองต้าเส้นหลัก
และเดินกลับตามถนนริมแม่น้ำ
ระยะเกือบ 2 กิโลเมตร
เพลิดเพลินไปกับการเก็บภาพสตรีทอาร์ต
เดินดูสินค้าหลากหลาย กินน้ำแข็งไส บิงซู
ขนมจีนนั่งยอง หมูทอด ไก่ทอด หมูปิ้ง
ขนมปัง ขนมจีบ ซาลาเปา ทองหยิบ ฝอยทอง
แมลงทอดก็มา เสื้อผ้า รองเท้า มือสองก็เยอะเลย
ไปเดินช๊อบ ชิม ชิลชิล กันสบายใจ
เหนื่อยก็นั่งหาหวาน ๆ เย็น ๆ กระแทกปากกันไป
อ่านรีวิวมาว่า IYA pungnom ไอหย๋า ปังนม
มีบิงชู มีขนมปังนมสด จัดกันเลย
ดูเวลาอีกที
เห้ย นี่สี่ทุ่มกว่าล่ะ คงไปไหนต่อไม่ได้ .. เหนื่อยนัก
กลับไปสลบเหมือดที่โรงแรมดีกว่า อยากนอนล่ะ

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวหก

เจอนี่ที่ลำปาง ก้าวหก

61

:: ก้าวหก ::
มารถทัวร์ แต่กลับด้วยรถไฟดีเซลราง
สถานีรถไฟแห่งนี้ มีประวัติยาวนาน
เค้าจัดงานรถม้ารถไฟทุกปี
ตลาดรถไฟช่วงเย็นของอร่อยก็เยอะ เสียดายไม่ได้แวะ
ช่วงเช้าเราไปทานก๋วยจั๊บ บริเวณหน้าสถานี
พลาดไม่ได้เลย สำหรับมื้อเช้าหน้ารถไฟ
คนก็จะเยอะ ๆ หน่อย
ในสถานีมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพเยอะ
ที่เลือกกลับรถไฟ เพราะอยากชมวิวสองข้างทาง
ระหว่างทางกลับ ได้สัมผัสธรรมชาติเต็มอิ่ม
แม้จะถึงช้ากว่า แต่ปลอดภัย
เราไม่รีบ ถึงก็ช่าง ยังไม่ถึงก็ช่าง
เพราะชมวิวสองข้างทางเพลินไปเลย

https://web.facebook.com/ajburin/posts/10156965867383895

บทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ ของ วัดมิ่งเมืองมูล จังหวัดลำปาง

บทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์

บทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์

สังคมไทยเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนมาแต่โบราณกาล วัดกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชน มีบทบาทได้เป็นสาธารณสงเคราะห์ที่ให้ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากร นอกจากนี้ที่วัดได้จัดกิจกรรมส่งเคราะห์ตามเทศกาลต่อชุมชนในหลายรูปแบบ เช่น ในช่วงฤดูหนาวก็จะมีกิจกรรมที่ทางวัดออกพบชุมชน ด้วยการจัดหาเครื่องนุ่งห่ม เครื่องกันหนาวไปมอบให้ผู้สูงอายุในชุมชนถือเป็นน้ำใจที่วัดมีให้กับคนในชุมชน ตอบแทนที่ชุมชนมีอุปการะคุณต่อทางวัดมาโดยตลอด

ในช่วงเช้าหลังทำวัตรสวดมนต์ ทำความสะอาดบริเวณวัดให้ดูดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระเณรก็จะแยกย้ายออกรับบิณฑบาตในชุมชน มีผู้สูงอายุรอใส่บาตร พระเณรรู้สึกกตัญญูกตเวทีก็จะนำขนม ดอกไม้ธูปเทียนไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในชุมชนช่วงวันผู้สูงอายุวันครอบครัวช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือมีผู้สูงอายุในชุมชนเจ็บไข้ได้ป่วย หรือป่วยติดเตียงก็เป็นโครงการพระเยี่ยมไข้ พระก็จำนำขนมนมเนยที่ได้รับบิณฑบาตไปมอบ มีด้ายผูกข้อแขนเป็นสิริมงคล และให้ศีลให้พร ผู้สูงอายุที่ได้รับก็จะมีกำลังใจฮึกเหิมต่อสู้กับการเจ็บป่วยได้ ถือเป็นยาวิเศษที่ช่วยรักษาใจได้เป็นอย่างดี เสริมยารักษากายที่รับจากโรงพยาบาล ดังคำว่า หมอเป็นหมอรักษากาย พระเป็นหมอรักษาใจ

หากมีญาติโยมถึงแก่กรรม และจัดพิธีทำบุญให้กับผู้ล่วงลับก็จะนิมนต์พระไปสวดทุกคืน ในคืนสุดท้ายของการสวดอภิธรรม วัดมิ่งเมืองมูลจะขอเป็นเจ้าภาพหากนิมนต์พระจากที่อื่น ถ้านิมนต์พระที่วัดไป ปัจจัยที่ถวายให้พระก็จะมอบร่วมทำบุญกับเจ้าภาพทั้งหมด ถือเป็นโอกาสที่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ชุมชนมีต่อพระเณร และทางวัดด้วยดีเสมอมา

โดยเจ้าอาวาส : พระมหาภาณุวัฒน์ ปฏิภาณเมธี

http://www.wat3m.com

บทบาทด้านการส่งเสริมการศึกษา ของ วัดมิ่งเมืองมูล จังหวัดลำปาง

บทบาทด้านการส่งเสริมการศึกษา

บทบาทด้านการส่งเสริมการศึกษา

ในปัจจุบันวัดกับการศึกษามีความใกล้ชิดจนแยกกันไม่ออก คนในชนบทมองว่าวัดมีบทบาทสนับสนุนการศึกษา หลายครอบครับที่ทุนทรัพย์น้อย จึงมีค่านิยมส่งลูกหลานไปบวชที่วัดที่มีความพร้อม มักเรียกว่าบวชเรียน วัดหลายแห่งจึงมีบทบาทด้านการศึกษาสงเคราะห์เป็นอีกพันธกิจหนึ่ง ที่วัดมิ่งเมืองมูลมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาสำหรับพระและเณรในบวรพระพุทธศาสนาที่เข้าจำพรรษาในวัด ถ้าอายุถึงเกณฑ์ต้องเรียน เมื่อเข้ามาบวชแล้วก็ต้องเข้าสู่ระบบการศึกษา ในทุกปีการศึกษาทางวัดก็จะสนับสนุนค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นของแต่ละราย สำหรับชุดนักเรียนก็มีค่าใช้จ่ายไม่มาก เพราะมีจีวรอย่างเดียวก็ใส่ได้ในทุกสถานการณ์ สำหรับการเดินทางจากวัดเข้าตัวเมืองมีระยะทาง 12 กิโลเมตร เจ้าอาวาสก็ได้จัดสรรเงินที่ได้รับจากศรัทธา หรือจากการตั้งตู้รับบริจาค ที่ได้ทั้งจากญาติโยมในชุมชน ครูอาจารย์ หรือนักศึกษาที่อยู่ใกล้วัดมาทำบุญวันเกิด อุทิศส่วนกุศลอยู่เป็นประจำ เมื่อมาทำบุญแล้วไม่พบเจ้าอาวาสก็จะเป็นกิจของพระเณรภายในวัดที่ต้องให้พรญาติโยม ปัจจัยที่ได้ก็จะนำใส่ตู้ไว้ เมื่อถึงเวลาก็จะเปิดตู้ และแบ่งเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของทุกคน นอกจากนี้หากพระเณรสอบผ่านนักธรรมชั้นตรี โท เอกแล้วก็จะจัดสรรทุนการศึกษาให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

บทบาทต่อการศึกษาภายนอกนั้น เมื่อสถานศึกษาทั้งระดับโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยที่มีพระเณรไปเรียนอยู่ได้ขอรับการสนับสนุนกิจกรรม หรือทุนการศึกษา เจ้าอาวาสก็จะสนับสนุนค่าเล่าเรียนให้กับพระเณร และมีนโยบายสนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มที่ให้ได้เรียนจนสุดกำลังสติปัญญาของแต่ละคนไปจนถึงระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หากเรียนบาลีก็สนับสนุนเต็มที่เช่นกัน ซึ่งเจ้าอาวาสก็ทำตัวเป็นแบบอย่าง ขณะนี้กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ส่วนบาลีก็สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ถือคติว่าใช้วิธีทำ นำเป็นตัวอย่าง

โดยเจ้าอาวาส : พระมหาภาณุวัฒน์ ปฏิภาณเมธี

http://www.wat3m.com