You are currently viewing ปัจจัยส่วนบุคคล กับ ความภักดีของกลุ่มแฟนคลับสโมสรฟุตบอล
https://web.facebook.com/skfc.samutsakhon/photos/946625502093776

ปัจจัยส่วนบุคคล กับ ความภักดีของกลุ่มแฟนคลับสโมสรฟุตบอล

น้องแม็กกี้ หรือ Naret Bualuay เป็นเพื่อนเฟส ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเนชั่น และเคยเป็นเพื่อนร่วมงาน ที่สนิทกับคนที่บ้าน แชร์ผลการศึกษาวิจัย เรื่อง “การศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อความภักดีของกลุ่มแฟนคลับต่อสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรสาคร” ในวารสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 น.45-54
โดยเขียนอ้างอิงแบบ APA และแชร์ไว้ที่ https://www.thaiall.com/research/apa.htm

นเรศ บัวลวย และ ศุภกาญจน์ จำเริญรักษ์. (2564). การศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อความภักดีของกลุ่มแฟนคลับต่อสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรสาคร. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 11(1), 45-54.

การอ้างอิงแบบ APA

พบว่า น้องเค้าศึกษา ปัจจัยส่วนบุคคล ใน 6 ด้าน คือ ด้านเพศ ด้านอายุ ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านรายได้เฉลี่ย/เดือน ด้านภูมิลำเนา ส่วนตัวแปรตาม คือ ความภักดีของกลุ่มแฟนคลับต่อสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ประกอบด้วย ปัจจัยต่อความภักดี และระดับความภักดี ข้อค้นพบที่น่าสนใจ คือ ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มแฟนคลับติดตามสโมสรฟุตบอล สูงสุดถึง ร้อยละ 54 คือ นักฟุตบอลของสโมสร รองลงมา คือ ผลงานของทีม ร้อยละ 21 อีกข้อค้นพบที่น่าสนใจ คือ กลุ่มตัวอย่าง เชียร์ทีมสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรสาครเพียงทีมเดียว มีมากถึงร้อยละ 74.5

ปัจจัยส่วนบุคคล กับ ความภักดีของกลุ่มแฟนคลับสโมสรฟุตบอล
ปัจจัยส่วนบุคคล กับ ความภักดีของกลุ่มแฟนคลับสโมสรฟุตบอล

เมื่อมองการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการติดตามภักดีของกลุ่มแฟนคลับด้วยการทดสอบค่าสถิติไคสแควร์ (Chi-square) พบว่า ทั้งอาชีพ และภูมิลำเนา ที่แตกต่างกันส่งผลต่อความภักดีสโมสรฟุตบอลแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ในส่วนของข้อเสนอแนะ คือ น่านำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความภักดีต่อองค์กรให้มั่นคงในระยะยาว การเก็บข้อมูลน้องเค้าใช้คอแครน (Cochran) ได้ 384 คน และเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก ในระหว่างทำการแข่งขันฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรสาครกับสโมสรอื่น รายละเอียดน่าสนใจอีกมากมาย ค้นจาก thaijo ก็จะพบบทความนี้อย่างแน่นอนครับ ถ้าไม่พบ บอกผมได้ เพราะ download เก็บไว้แล้ว

บทความวิจัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JLPRU/article/view/252440/175808