บางเว็บไซท์ก็ใช้สีสันที่น่าตกใจ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีเว็บไซท์จำนวนมากใช้พื้นสีแดงจัดจ้า และสีอื่นๆ ที่ไม่น่าผ่านความคิดออกมาได้เลย เรื่องสีเป็นความชอบเฉพาะบุคคลที่ตัดสินกันได้ยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่บอกถึงรสนิยมของเจ้าของเว็บได้ และพึงระลึกว่าสีที่ดูดีในเครื่องของคุณเอง อาจจะไม่ได้ดูดีแบบนี้ในเครื่องของคนอื่น แม้แต่สีที่ใช้บนพีซี กับแมคอินทอชก็ต่างกันแล้ว และบางเครื่องตั้งสี 256 สีขณะที่บางเครื่องตั้งเป็นพันสี เราไม่รู้ได้ว่าคนอื่นจะเห็นหน้าตาของเพจเราอย่างที่เราหวังหรือไม่ และนี่เป็นเรื่องเศร้าที่ต้องทำใจยอมรับในการทำเว็บเพจ หนทางปลอดภัยคือการเผื่อใจไว้มากๆ และทดลองเว็บของคุณกับเบราเซอร์หลายยี่ห้อ หลายรุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามบังคับใจคนอ่านของคุณให้น้อยที่สุด เพราะฟอนต์ที่คุณมีนั้น คนอ่านอาจจะไม่มี เพราะไม่ใช่ว่าคนอ่านทุกคนจะใช้วินโดวส์ภาษาไทยเหมือนเรา อย่าใช้คำว่า click here เพราะคุณไม่รู้ว่าคนอ่านใช้ mouse อยู่หรือไม่ หากเขาชมเว็บจาก Palm Pilot หรือ Web TV พวกเขาเหล่านั้นไม่มี mouse ให้คลิก อิสรภาพที่เว็บนั้นให้ผู้อ่านมากที่สุด อาจจะเป็นผลดีที่สุดกับเว็บนั้นก็ได้
:)
8. ตัวเองเป็นใหญ่
หลายเว็บไซท์ชอบกำกับว่า เว็บนี้แสดงผลได้ดีที่สุดสำหรับ ..ยี่ห้อเบราเซอร์.. ที่มีความละเอียด ...x... สี 16 บิต ฯลฯ การกำกับนี้ไร้ความหมายอีกเช่นกัน แต่เว็บที่เลวร้ายจะจัดการตรวจสอบดูว่าเครื่องของคุณตั้งค่าอย่างไร และเมื่อเห็นว่าไม่ตรงกับมาตรฐานของเจ้าของเว็บ ก็จะอาจหาญบอกว่าคุณควรตั้งค่าที่เครื่องของคุณให้เป็นไปตามนี้ ถ้อยคำโอหังนี้แสดงความไม่แคร์ต่อผู้อ่าน จะมีใครบ้างไหมที่พอเข้าเว็บหนึ่งๆ ก็ต้องเปลี่ยนค่าเครื่องเป็นแบบที่คุณบอก พอเปลี่ยนไปชมอีกเว็บหนึ่งก็ตั้งค่าใหม่ การเขียนกำกับเหล่านี้จึงเป็นสิ่งไร้ความหมายที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง และแสดงให้ว่าเจ้าของเว็บถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง และไม่เข้าใจว่าในเทคโนโลยีเว็บนั้น เราไม่มีทางบังคับให้เพจหนึ่งๆ แสดงผลในเครื่องอื่นให้เหมือนเครื่องเราได้เลย แม้แต่จะบอกว่าอยากบอกไว้ให้รู้เฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจให้ใครมาตั้งค่าตาม ก็อยากบอกว่าไม่จำเป็นเลย ความรู้จอมปลอมนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์อะไรกับชีวิตคนที่มาชมเว็บของคุณเลย เทคโนโลยีเว็บไม่ใช่ What You See Is What You Get เว็บเพจที่ดีควรจะอ่านได้ดีที่สุดด้วย ตา ของผู้เข้าชมเว็บ ไม่ใช่ด้วยการตั้งค่าใดๆ
:)
9. ตัวนับกินทราฟฟิก
ฉันไม่ค่อยเชื่อในเคาน์เตอร์ เพราะเคาน์เตอร์ไม่ได้แสดงความหมายอะไร นอกจากจำนวนที่หน้านั้นถูกโหลดขึ้นมา ซึ่งบางทีก็ไม่ได้เป็นจำนวนผู้เข้ามาชมเว็บเพจจริงๆ (เพราะถ้าคุณกดหน้านั้นซ้ำๆ ตัวเลขก็ขึ้นได้เรื่อยๆ โดยที่จำนวนตัวเลขไม่ได้หมายถึงจำนวนผู้เข้าชมที่ unique อย่างแท้จริง) เว็บเพจจำนวนมากใช้เคาน์เตอร์ปลอมที่จะแสดงตัวเลขอย่างสุ่มมาค่าหนึ่ง เพราะไม่มีใครสนใจจริงจังว่าจำนวนผู้เข้าชมมีเท่าใด แต่สำหรับพวกที่ต่อต้านเคาน์เตอร์มากๆ พวกเขาเรียกว่า "hit counters are nothing but a particularly moronic form of ego display, impressing only the lemming-minded." ข้อเสียของเคาน์เตอร์คือการเพิ่มทราฟฟิกในเน็ตเวิร์ค มีผลให้ World Wide Web กลายเป็น World Wide Wait แต่เจ้าของเว็บส่วนใหญ่ก็ย่อมอยากทราบจำนวนผู้เข้าชม และเคาน์เตอร์อาจมีผลต่อโฆษณาที่จะหาได้ในเว็บ ดังนั้นถึงแม้ฉันจะไม่เชื่อในเคาน์เตอร์ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจต่อต้านอะไรนัก
รูปกราฟฟิกทุกรูป ควรจะมี ALT กำกับ ALT คือ Alternate text หรือตัวอักษรที่จะขึ้นแทนรูป ในกรณีที่เครื่องของผู้ชมเว็บได้ตั้งให้ไม่โหลดรูป (เหตุผลที่มีทางเลือกนี้ก็เพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพจากพวกนิยมบังคับโหลดรูปข้างต้น) เว็บจำนวนมากชอบใช้รูปกราฟฟิกทำเป็นปุ่มให้กดเพื่อท่องเว็บ เช่น Next Back Home เป็นต้น สำหรับเครื่องที่ตั้งไว้ไม่ให้โหลดรูป รูปภาพเหล่านี้จะไม่ปรากฎ และปุ่มเหล่านี้จะกลายเป็นช่องว่างของแดนสนธยาให้ผู้ชมเว็บต้องเดาเอาเองว่ากดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น การใส่ ALT จะทำให้ตัวหนังสือปรากฎแทนรูปนั้น และช่วยให้คนชมเว็บไม่ต้องใช้พลังจิตเพื่อเดาใจคุณ
:)
toyota.com
12. ภาพแทนอักษร
น่าแปลกใจที่เว็บจำนวนมากนิยมใช้รูปภาพแทนข้อความที่ใช้ตัวหนังสือเขียนแทนได้ เช่น Home แทนที่จะใช้ลิงค์ที่เป็นตัวหนังสือธรรมดา กลับใช้รูปภาพกราฟฟิกที่มีตัวหนังสือเขียนว่า Home ทำเป็นปุ่มให้กดแทน ซึ่งไม่ได้ทำให้รับรู้ต่างกันได้อย่างไร นอกจากเพิ่มทราฟฟิกในเน็ตเวิร์ค และเป็นการดูถูกเทคโนโลยี HTML ที่อุตส่าห์มีฟอนต์หลายแบบหลายขนาด หลากสีให้เลือก แต่กลับไม่นำมาใช้ หากตัวหนังสือนั้นไม่ใช่โลโก และคุณไม่ได้ตั้งใจจะทำ Image maps แล้ว (รูปภาพที่ถ้ากดในตำแหน่งต่างๆ กัน จะสร้างลิงค์ไปที่ต่างกัน เช่นแผนที่ประเทศไทย ที่กดแต่ละจังหวัดแล้วจะไปหน้าต่างๆ กัน) ไม่ควรมีเหตุผลจะใช้รูปภาพแทนตัวหนังสือเลย
หนังสือออกแบบอีกประเภทหนึ่ง เน้นเทคนิคการเขียน HTML และเป็นเหตุผลของเว็บเพจนรกจำนวนมาก เพราะคนที่เขียน HTML เป็นก่อนที่จะเข้าใจการออกแบบเว็บไซท์ มักจะผิดพลาดโดยใช้เทคนิคประดามีใน HTML เพื่อความอยากลองเล่นสิ่งใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้มา และหนังสือเหล่านี้บอกแต่เทคนิคโดยไม่บอกข้อเสียและข้อควรคิดของการใช้เทคนิคเหล่านั้น เทคนิคส่วนใหญ่เหล่านี้สนุกสำหรับคนทำ แต่ไม่ได้มีประโยชน์และน่าสนุกสำหรับผู้อ่านแต่อย่างใด